ปลายฝนต้นหนาว 2013 ที่ เขาค้อ และ ภูทับเบิก ณ เพชรบูรณ์



แม้จะเป็นช่วงกลางเดือนสิงหาคมก็ตาม แต่ผมรู้สึกได้เลยว่ามันคือปลายฤดูฝนของผม เพราะเหลืออีกแค่ 1 เดือนเศษๆ ที่ฤดูฝนกำลังจะหมดไป และเข้าสู่ฤดูหนาวในอีกไม่ช้านี้ผมชอบฤดูฝนมากที่สุด มันเป็นช่วงเวลาที่ผมรอคอย และทำให้ผมได้ตื่นเต้นเสมอและไม่ว่าใครจะรู้สึกยังไงก็ตาม แต่สำหรับผมมันคือช่วงเวลาที่ดีทีสุดที่กำลังจะผ่านพ้นไปพร้อมๆ กับความทรงจำใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น…. กับของขวัญวันแม่ที่ผมมอบให้แม่

ผมนึกไม่ออกว่าจะไปไหนดี  แต่สุดท้ายแม่บอกว่าไม่อยากไปไหนไกลมาก  เอาแบบใกล้ ๆ ผมก็มาคิดๆ ไปไหนดี   จะไปเขาใหญ่ หรือวังน้ำเขียว แม่ก็เบื่อแล้ว !!!!สุดท้ายผมก็เลือกเพชรบูรณ์อีกครั้ง  ทั้งๆ ที่เพิ่งมา 2 ครั้งในช่วงฤดูฝน ถ้าไปกับแม่อีก ก็เป็นรอบที่ 3 ในปีนี้….. แต่ผมเชื่อเสมอว่าเขาค้อหรือภูทับเบิกจะต้องมีอะไรดีให้ผมและแม่รู้สึกดีอย่างแน่นอน

 

ถ้าดูจากแผนที่แล้ว  เส้นทางเดินทางมุ่งหน้าจากเพชรบูรณ์ เข้าสู่ถนนสาย 12 สายหล่มสัก – พิษณุโลกผมชอบถนนสายนี้มากๆ มีวิวภูเขาสวยริมทางให้ได้ดูกันตลอดทางเลย และถ้าวันไหนที่เราโชคดีมากๆ  ก็จะได้เห็นทะเลหมอกหน้าฝนแบบนี้เลย


 

จากตรงนั้นมาเรื่อย ๆ ไม่กี่กิโลเมตร ให้มองด้านขวาไว้ ตรงหลักกิโลเมตรที่ 338-339  จะเจอจุดชมวิวเป็นร้านเครื่องดื่มเบาๆ  และอาหารสบายท้อง  เป็นจุดชมวิวที่ผมชอบมาก  มันคือร้านคืนชีวิตให้แผ่นดิน

 

แต่ถ้าชอบมากอยากจะพักอยู่ที่นี่ก็ได้  เพราะมีบ้านพักให้ได้พักค้างคืนกัน  ทริปล่าสุดผมก็แวะไปแต่ไม่ได้พักเพราะเป็นวันที่ไฟดับทั้งวัน  เลยไปนอนที่โซนอื่นแทนในช่วงฤดูฝนแบบนี้  ผมมักมาที่นี่บ่อยๆ  เพราะมันมีทะเลหมอกให้ได้ลุ้นกันบ่อยๆ


 

เดินทางมาอีกหน่อย ราวๆ 4 กิโลเมตร  อยู่ทางด้านขวาเหมือนกันเป็นจุดชมวิวคอฟฟีฮิลล์เก่าแต่ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติเขาค้อ โซนผาซ้อนแก้ว เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่มานั่งมานอน มาดูวิวได้ไม่เบื่อเลย

 

 

จากเมื่อกี้เดินทางมาอีกนิดๆ ราวๆ 3-4 กิโลเมตร  ก็มาถึงจุดชมวิวโซนผาซ่อนแก้วโซนนี้ทะเลหมอกสวยมาก  เพราะจะเห็นฉากวัดผาซ่อนแก้วได้สวยที่สุดที่อีกมุมหนึ่ง


 

 

และถ้าผมคิดอยากจะมานอนดูทะเลหมอกโซนนี้  ผมก็จะเลือกพักบ้านอยู่ 2 ที่ในโซนนี้นั้นก็คือค้อคีรินรีสอร์ท  กับ ภูฟ้าใส แต่โดยรวมแล้วค้อคีรินวิวสวย และมุมของวิวดีกว่า

 

 

จากจุดชมวิวแคมป์สน มุ่งหน้าเข้าเข้าสู่เขาค้อเลย  ก็เลี้ยวซ้ายเข้ามาจากแยกแคมป์สน  จะมีป้ายบอกว่ามาเขาค้อเพื่อไปดูจุดชมวิวที่ดังที่สุดของเขาค้อกัน  เป็นเส้นทางที่ผมคุ้นเคยมากๆ รถแรงไม่แรงก็ไปได้  เส้นทางขับรถโอเคมากๆ

 

 

เดินทางมายังไม่ทันเหนื่อยเลย ราวๆ 20 กว่ากิโลเมตร ก็มาถึงจุดชมวิวทะเลหมอกรอบเขาค้อ เหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัยจุดชมวิวที่ผมชอบมากที่สุดคือตรงด้านหลังไปรษณีย์เขาค้อนั้นเอง  ตรงนี้มองเห็นวิวสวยที่สุด  และกว้างที่สุด

 

 

ถ้ามาเขาค้อแล้วยังไม่ได้เจอทะเลหมอก  ถือว่ามาไม่ถึงต้องมาอีกครั้ง หรือต้องมาอีกจนกว่าจะเจอทะเลหมอกมันเป็นเหมือนภาพความฝัน จนทำให้เรารู้สึกดี จนเป็นสโลแกนเขาค้อที่บอกว่านอนเขาค้อ 1 คืนอายุยืนขึ้น 1 ปี

 

 

จากไปรณีย์เขาค้อเลยมาอีกนิดหน่อย ก็มาถึงศาลาชมวิวเขาค้อ  แต่ตอนนี้ได้มีการทำที่ชมวิวเพิ่มเติมอยู่ติดถนนเลย  ใครขับรถผ่านไปผ่านมาต้องเห็นอย่างแน่นอน

 

 

และถ้าได้มาเขาค้อผมชอบที่จะเลือกที่พักที่อยู่รอบจุดชมวิวทะเลหมอก   เอาเป็นว่าเป็นความชอบส่วนตัวเลยที่อยากจะเห็นวิวที่ดีที่สุดในแต่ละครั้ง  แต่ขอเห็นจากหน้าบ้านพักที่มีระเบียง และดูส่วนตัวที่แรกก็เป็นแทนรักทะเลหมอก  ผมไม่เคยมาพักที่นี่เลย  แต่มาถ่ายรูปเล่น  วิวสวยมาก คนก็เยอะมาก ๆ

 

 

เลยแทนรักลงไปทางน้ำตกศรีดิษฐ์นิดหน่อย  ก็เจออีกที่หนึ่งและผมก็เคยไปพักที่นี่ บายเมือง ณ เขาค้อ เป็นบ้านพักที่มีระเบียงในแบบที่ผมชอบ  จุดชมวิวตะวันตกดิน และทะเลหมอกสวยมาก

 

 

อันนี้ก็ชอบ หมอกสวยฟ้าใสรีสอร์ท  มีบ้านพักให้เลือกเยอะ หลายแบบมองเห็นจุดชมวิวชัดเจนสองปีก่อนผมมากับแม่แต่หมอกไม่มาสักนิดเลย…. ส่วนภาพ 2 เป็นภาพของวันก่อนพอดีผ่านไปเลยแว๊บไปดูเจอทะเลหมอกอย่างสวยเลย

 

 

ส่วนที่นี่ผมชอบมาก กับเขาค้อสวิส ผมมาพักถึง 2 รอบแล้ว แต่เชื่อไหมๆ มาพักที่นี่ที่ไรไม่เคยได้เจอทะเลหมอกกับเขาเลย เหมือนโดนคำสาบ !!!! แต่ชอบที่นี่มากๆ วิวจากห้องนอนสวยสุดๆ โรแมนติก บรรยากาศดี

 

 

อันนี้ก็ชอบ จำได้ว่ามาตอนวาเลนไทน์ ที่ภูอาบหมอก เป็นเช้าที่สวยที่สุดในมุมมองบนเขาค้อทะเลหมอกตอนเข้าใกล้ฤดูร้อนยังสวยขนาดนี้   บ้านพักเป็นเรือนไม้ ส่วนตัวและบรรยากาศดี

 

 

ที่นี่คือที่เปิดตำนานเขาค้อให้กับผมเลย  เขาค้อทะเลหมอกรีสอร์ท เป็นเขาค้อครั้งแรกในชีวิตเมื่อ 3 ปีก่อนโน้นอยากมาดูทะเลหมอก แต่พอเห็นทะเลหมอกก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร หรือคาดหวังอะไร เจอแบบง่ายๆ เลยที่นี่คนเยอะพอสมควรเพราะเป็นรีสอร์ทดัง   ความเป็นส่วนตัวก็ลดลงไปเยอะ   แต่จุดชมวิวสวยมากๆ

 

 

อันนี้เป็นภูชิดหมอกรีสอร์ท  เป็นรีสอร์ทที่เห็นจุดชมวิวใกล้มากๆ อยู่ติดกับภูอาบหมอกเลย ผมมาที่ภูชิดหมอกรีสอร์ท 2 รอบแล้ว เพราะค่าห้องถูกด้วย ^^ เป็นทะเลหมอกเดือนเมษายนที่ทำให้อึ้งไปเลย

 

 

แต่ถ้าเบื่อชมทะเลหมอกเขาค้อด้านนั้น  ลองมาดูอีกด้านหนึ่งกันดีกว่า  เรียกว่าด้านที่มองเห็นตะวันขึ้นในตอนเช้าและสามารถมองเห็นทะเลหมอกตรงนี้  เป็นจุดชมวิวในวัดกองเนียม… วัดอยู่ตรงกันข้าม เยื้องกับปากทางเข้าที่จะไปอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ  มีป้ายบอกชัดเจนมากๆ  ผมจะมาดูจุดชมวิวตรงนี้ก่อนในตอนเช้า แล้วค่อยแว๊บไปดูจุดชมวิวอีกด้านที่เขาค้อ มันห่างกันราวๆ 4- 5 กิโลเมตร

 

 

แต่ถ้ามีเวลาลองขึ้นไปดูมุมสูงของเขาค้อกันดีกว่า  ก็ขึ้นไปทาง อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อตรงนี้สามารถมองเห็นเขาค้อได้รอบ 360 องศาเลย  และมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าที่สวยมากๆและมองเห็นทะเลหมอกได้ด้วย แต่เป็นมุมสูง ภาพที่2 นี้ผมซูมเอาเต็มที่เลย !!!!

 

 

หลังจากเที่ยวเขาค้อแล้ว อาจแวะไปที่ทุ่งแสลงหลวงก็ได้ ไม่ไกลจากเขาค้อ  ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงมีจุดชมวิวที่ต้องไปให้ได้  ผมเองยังไม่เคยเห็นวิวทะเลหมอกจากตรงนี้เลย คิดว่าสักวันต้องได้เจอกันแน่

 

 

ผมมาเขาค้อทุกครั้งก็ต้องพ่วงกับภูทับเบิกเกือบทุกๆ รอบ   เพราะมันไม่ได้ไกลกัน  ขับรถก็ราวๆ 1.30 ชั่วโมง ที่นี่ทุ่งกะหล่ำสวย วิวสวยมากๆ ทะเลหมอกก็สวยสุดๆ อากาศเย็นสบาย  มันเลยทำให้ผมมาที่นี่บ่อยมากๆ

 

 

และด้วยความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อเขาค้อ  และภูทับเบิกที่ทำให้ผมรู้สึกอยากพาแม่มาได้เห็นทะเลหมอกเหมือนกับผมเหมือนกับปีนั้นที่ผมก็พาแม่มา  แต่ไม่ได้เห็นทะเลหมอกที่เขาค้อ หรือภูทับเบิกเลย  มันเลยเป็นที่มาและที่ไปสำหรับของขวัญที่ผมอยากจะมอบให้แม่   อยากให้แม่ได้เห็นมัน  แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ผมมั่นใจเลยว่าปีนี้จะต้องไม่เหมือนปีนั้น……… แรงดึงดูดทะเลหมอกของผมมันเจ๋งกว่าปีนั้นตั้งเยอะ!!!!


 

 

เช้าวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา ผมโทรหาแม่บอกว่า ว่างไหม? ไปเที่ยวเขาค้อกัน ไปดูทะเลหมอกกัน ไปค้างสักสองคืน!!!แม่ก็ตอบตกลงอย่างง่ายๆ   ผมขับรถจากบ้านตอน 3 โมงเย็น วิ่งตรงถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์ราวๆ 2 ทุ่มหาที่พักในตัวเมืองแล้วนอน  เพราะพรุ่งนี้เช้าเรามีนัดกับทะเลหมอกที่เขาค้อ

 

 

เช้านั้นผมกับแม่ตื่นกันแต่เช้าตีสี่ครึ่ง…. แต่แม่สดชื่นนะ ไม่ได้รู้สึกง่วง คงเพราะนอนเต็มอิ่ม 8 ชั่วโมงตีห้าเราก็พร้อมออกเดินทาง  ผมขับรถเข้าเขาค้อตรงแยกนางั่ว .. ทางนี้ใกล้ดีแต่ทางค่อนข้างชันพอถึง4 แยกรื่นฤดี ก็เลี้ยวไปทางเขาค้อ ตรงไปราวๆ 2 กิโลเมตร จำได้ว่าเลยปากทางเข้าอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ไปนิดหน่อยผมเห็นทะเลหมอกด้านซ้ายมือเยอะมาก  แบบไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ทั้งๆ ที่ไปเขาค้อมาหลายสิบรอบแต่ผมกับแม่ขับรถผ่านไป เพราะมุ่งหน้าไปดูตรงจุดชมวิวหลักตรงศาลาเขาค้อก่อน.. คิดว่าข้างล่างมีข้างบนจะสวยแค่ไหน?พอไปถึงด้านบน ไม่มีซะงั้น  หมอกฟุ้งจนมองไม่เห็นอะไร  ผมไม่รอช้า รีบขับรถมาจุดชมวิวที่เห็นในตอนแรก ซึ่งอยู่ในบริเวณวัดกองเนียม  พอขับรถเข้าไปมีสุนัขมาต้อนรับเยอะมาก !!!  สุดท้ายแม่ก็ได้มีโอกาสทำบุญที่วัดนี้ส่วนผมก็อยู่ที่จุดชมวิวตรงนี้นานมาก  ปล..ภาพนี้ถ่ายตอนหลังจากที่เราชมวิวเรียบร้อยแล้ว

 

มันเป็นจุดชมวิวที่น่าทึ่งมากๆ  อย่างน้อยผมก็ไม่เคยได้เห็นมัน หรือมันเพิ่งจะมีในวันนี้มันเป็นทะเลหมอกในเช้าแรกที่ผมอยากให้แม่ได้เห็นทั้งที่เขาค้อ และภูทับเบิก !!!!

 

 

อย่างน้อยตอนนี้ผมก็รู้แล้วว่าทะเลหมอกที่ตรงจุดชมวิวเขาค้อ ฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นอะไรมันก็เลยทำให้ผมรู้ว่าผมจะใช้เวลายืนอยู่ตรงจุดชมวิวตรงนี้ได้นาน และสบายใจแค่ไหน

 

 

มันเหมือนทะเลหมอกในปีนั้นเลยที่ผมไปกับแม่ที่จะไปภูทับเบิก   แต่ผมได้เห็นทะเลหมอกข้างทางในตอนเช้าริมถนน 12 ช่วงพิษณุโลก เข้าสู่แคมป์สนเขาค้อ  ผมเรียกมันว่าทะเลหมอกแห่งความรักแม้จะเป็นทะเลหมอกข้างทางในวันนั้น  แต่มันก็ยังสวยที่สุดเมื่อได้นึกถึงมันเสมอ

 

 

และวันนี้ทะเลหมอกแห่งความรักมันได้กลับมาอีกครั้ง  คงเพราะความรักที่ผมมีต่อแม่ที่ทำให้มันได้วนกลับมา  แม้จะต่างเวลา ต่างสถานที่ แต่ก็เป็นความรู้สึกแบบเดียวกันแต่จำได้เลยว่าปีนั้นก็เจอทะเลหมอกในตอนเช้าแบบนี้  แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เห็นทะเลหมอกที่ภูทับเบิก และทะเลหมอกที่เขาค้อในเช้าวันต่อมา…

 

 

แต่ตอนนี้ผมรู้แค่ว่ามันเป็นไปตามแผนตอนเช้าแล้ว  อย่างน้อยก็ได้เห็นมันแล้วทะเลหมอกที่สวยและอันซีนแบบนี้ผมบอกแม่ว่าเช้านี้คงไม่ได้เห็นทะเลหมอกตรงจุดชมวิวหลักแน่ๆ เลยเพราะมันฟุ้งหมดแล้ว


 

 

มันคงฟุ้งเพื่อให้ผมกับแม่มาอยู่ตรงนี้แน่ๆ  เช้านี้แม่ได้ทำบุญ  ได้ไหว้พระในวัดเล็กๆ ที่เงียบสงบผมบอกแม่ว่าตั้งแต่มาเที่ยวเขาค้อ  ไม่เคยเจอวิวทะเลหมอกที่สวยแบบวันนี้เลยและที่สำคัญก็ไม่เคยเห็นวิวทะเลหมอกตรงนี้ด้วย  …. แล้วผมก็เห็นแม่อมยิ้ม

 

 

เราสองคนนั่งมองวิวอยู่ตั้งนาน  พระอาทิตย์มาช้ามาก ๆ   บ่นอยู่สักพักพระอาทิตย์ก็มาทันทีเลยแสงสีเหลืองทองในเช้าวันที่ 14 สิงหาคม 2556  ปีนี้  สวยที่สุดเท่าที่ผมกับแม่เคยเห็นมา

 

 

ผมใช้เวลานี้ไปกับการเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของทะเลหมอก  และเก็บภาพแม่กับวิวที่สวยที่สุดในวันนี้มันเป็นอีกหนึ่งวันที่ดีมากๆ  ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่วันธรรมดาวันหนึ่งที่แม่กับลูกได้มาเที่ยวเขาค้อกัน

และตอนนี้เหมือนความทรงจำของผม ได้เก็บภาพแห่งความทรงจำ และภาพแห่งความรู้สึกดีๆ ได้อย่างเต็มอิ่ม และเต็มที่แล้ว  ตอนนี้ได้เวลาเดินทางไปอีกนิด ไปยังจุดชมวิวทะเลหมอกกลางเขาค้อถึงแม้ผมจะรู้ว่าหมอกมันฟุ้งกระจาย  ต่อให้ฟ้าเปิดมันก็ไม่มีทะเลหมอกอย่างแน่นอน

 

 

และผมก็ทำสำเร็จจนได้  บรรยากาศที่ต้อนรับผมกับแม่  ผมดีใจที่สุดเท่าที่เคยเห็นทะเลหมอกมาเพราะมันเป็นครั้งแรกที่แม่ผมได้เห็นทะเลหมอกที่แห่งนี้…. หลังจากที่พลาดไปในปีนั้น มันเป็นทะเลหมอกที่ทำให้รู้สึกดีจริงๆ ถ้ามันไม่มีก็อีกแบบ  เหมือนกับตอนเมื่อเช้ามืดที่มันฟุ้งจนมองไม่เห็นอะไรจากประสบการณ์หลายๆ ครั้งที่ผ่านมาสอนให้ผมรอแล้วรออีกก็เคยมองไม่เห็นอะไร    แต่ก็มีบางครั้งซึ่งน้อยมากๆ ที่ทเลหมอกจะเกิดขึ้นมาอีกรอบหนึ่งหลังจากที่มันฟุ้งแล้ว

 

 

และครั้งนี้ก็เป็นแบบนั้นเพราะมันมีการฟุ้งถึง 3-4 รอบ ทำให้ได้เห็นทะเลหมอกหลายชั้นมากๆ และหลายรอบฟุ้งแล้วก็เริ่มต้นใหม่ …. นี่ไงครับประสบการณ์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้มัน

 

 

จากจุดชมวิวกลางเขาค้อริมถนนที่ใครผ่านไปผ่านมาต้องสังเกตุเห็น เพราะจะมีคนมุงเยอะมากผมก็ไปต่อที่อีกจุดชมวิวอีกที่หนึ่ง  นั้นก็คือจุดชมวิวทะเลหมอกที่ไปรษณีย์เขาค้อ

 

 

ผมเชื่อเสมอว่าใครที่ไปเที่ยวเขาค้อก็มักลุ้นและคาดหวังกับการได้เจอทะเลหมอก นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และควรทำเสมอ เพราะมันจะทำให้การเดินทางครั้งนั้นมีอะไรให้คิด ให้ลุ้น ให้ติดตาม และรอคอย ไม่งั้นก็คงไม่ต่างกับนอนทีบ้าน … และคงมีหลายครั้งที่เรามักพลาดบรรยากาศที่เราคาดหวัง อาจมีความรู้สึกแย่บ้าง แต่มันจะเป็นแค่แปล๊บเดียว วันสองวันแล้วหายไป… ขอให้รอให้ทุกอย่างเข้าที่ แล้วกลับไปทดสอบแรงบันดาลใจใหม่อีกครั้งนะครับ ผมยังเชื่อกฏของ Like dissolve like เสมอ ถ้าเราคาดหวังมัน มันก็จะคาดหวังกับเรา ถ้าเรารักมัน มันก็จะรักเรา ถ้าเราอยากพบมัน มันก็อยากพบเรา … แต่ถ้าสถานการณ์มันเปลี่ยนไป หรือยากขึ้น เราก็คงต้องพยายามมากขึ้นเช่นกัน แต่สุดท้ายผมเชื่อนะว่า มันจะทำให้เรารู้สึกดี และดีมากๆ ไปอีกนาน

ถึงตอนนี้ได้เวลาเดินทางออกจากเขาค้อ   เพื่อมุ่งหน้าขึ้นภูทับเบิก  เหมือนหมอกน้อยๆ กำลังก่อตัวในบ่ายวันนี้เลย  มันกำลังมาแล้ว เส้นทางที่เคี้ยวคดบนภูทับเบิก ทำให้เราได้มองเห็นธรรมชาติของภูเขาได้ใกล้ชิดมาก ผมยังจำมุมนี้ได้เลย  และบอกกับตัวเองเบาๆ ว่าวันหนึ่งผมจะกลับมาเก็บภาพทะเลหมอกที่มุมนี้อีก

 

 

ไม่กี่อึดใจผมกับแม่ก็ขึ้นมาถึงภูทับเบิก แม่บอกว่าสบายมาก ไม่เวียนหัว ปกติทุกอย่างด้านบนนี้อากาศกำลังสบาย   แต่อากาศแปรปรวนมาก เดี๋ยวฟ้าสดใส เดี๋ยวหมอกลง

 

 

 

เป็นวันที่ภูทับเบิกคนน้อยมาก  ๆ แทบไม่มีคน จนแม่ถามว่าไม่เห็นคนมาเที่ยวกันเลยผมก็บอกว่าแบบนี้ดีที่สุดแล้ว  คนไปเดินห้างกันหมดนะวันนี้ !!!

 

 

ผมกลับมาใช้บริการที่นี่อีกครั้งที่ ทับเบิกภูฏานรีสอร์ท ผมเลือกที่นี่เพราะดูสบายๆ สำหรับแม่ และวิวก็สวยด้วยที่สำคัญครัวอาหารที่นี่ก็อร่อยมากๆ ไม่ต้องขับรถไปกินที่ไหน http://www.phutabbeok.com/ส่วนห้องพักเลือกพักที่ห้อง Suit 1 เพราะเห็นวิวได้สองด้าน และมองเห็นวิวได้สวยที่สุด


 

 

อันนี้วิวจากระเบียงบ้านด้านหลัง วันนี้หมอกลงทั้งวัน ได้บรรยากาศไปอีกแบบ ที่นี่ยังมีดาดฟ้าบนตึกทำให้มองเห็นวิวได้กว้างขึ้น  และตอนนี้หมอกกำลังไหลผ่านแนวเขาเลย

 

 

ได้เวลาเข้านอนแล้ว ผมไม่ลืมที่จะไหว้พระสวดมนต์พร้อมๆ กับขอให้เจอทะเลหมอกในวันพรุ่งนี้

 

 

เช้านี้เป็นวันที่ผมมีความสุขมากๆ  มีความสุขเพราะแม่ได้เห็นมันด้วยตาของแม่เอง

 

 

สักพักผมก็พาแม่ขึ้นมาตรงจุดชมวิวสูงสุดบนภูทับเบิก ห่างจากบ้านพักราวๆ 300  เมตรวันนี้ทะเลหมอกจัดเต็ม และจัดหนักมากๆ มากที่สุดเท่าที่ผมได้เห็นมันมาเลย

 

 

ผมก็ยังคงทำเหมือนๆ เดิมคือเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของมัน  เรียกให้แม่มาดูตรงนั้นตรงนี้และเก็บภาพความจำที่สวยงามของแม่ไว้   อีกหนึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ผมกำลังยืนต่อหน้ามัน ที่ครั้งหนึ่งมันก็เคยเกิดขึ้น  ตอนนี้ก็เกิดขึ้นอีก  และยังคงวนเวียนอยู่รอบตัวผมเสมอมันจะต้องอยู่ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งแน่ๆ    มันอาจจะเป็นตอนนั้นก็ได้ที่ผมจำอะไรไม่ได้เลย เวลาที่ดีที่สุดของใครสักคนที่รักเรา  และทำให้เราได้มีโอกาสได้หายใจบนโลกใบนี้

 

 

หรือจะเป็นตอนที่มีคนสอนให้ผมได้เจ็บตัว ตอนที่หัดขี่จักรยานครั้งแรกในชีวิตและมันก็ทำให้ผมได้รู้ว่าเราสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าการเดินตั้งเยอะ

หรือจะเป็นวันนั้น วันที่เราได้ใช้ชีวิตในมหาลัยวันสุดท้าย และก็มีคนหนึ่งคนอยู่ในภาพความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม มันอาจจะเป็นวันนี้ก็ได้  วันที่ผมกับแม่ไม่ได้มองเห็นพระอาทิตย์ในตอนเช้า แต่เราก็รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน และกำลังทำอะไรอยู่ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ที่ผมได้พาแม่มาเที่ยว และอยู่ในบรรยากาศที่สวยที่สุดในแบบฉบับที่ผมชอบ อยากทำ และรู้สึกดีไปกับมัน แต่มันก็ไม่สำคัญเท่ากับที่แม่พูดออกมาคำหนึ่งว่า  สวยเหมือนสวรรค์

เรื่องราวและภาพสวยๆยังไม่จบแค่นี้สามารถอ่านต่อได้ที่กระทู้ http://pantip.com/topic/31149741 หรือเข้าไปทักทายยังแฟนเพจของคุณชานมได้ที่นี่ http://www.facebook.com/chanomworld

Banaze.com ขอขอบคุณคุณ chanomworld มา ณ ที่นี้

ใครอยากไปเที่ยวปากช่องเขาใหญ่ หาที่พักสวยๆ มาดูได้ที่นี่จ้า โหเพิ่งรู้! ที่พักปากช่องเขาใหญ่สวยๆ เก๋ๆ แบบนี้ก็มีด้วยอ่ะ
ประภาคาร (7)

แสดงความคิดเห็น ( ห้ามเกรียน )





Related posts

เทรนด์สีขาวต้อนรับซัมเมอร์ กับ 5 เหตุผลที่คุณจะต้องหลงรัก

เทรนด์สีขาวต้อนรับซัมเมอร์ กับ 5 เหตุผลที่คุณจะต้องหลงรัก

  ฤดูร้อนมาถึงทีไร ใครๆก็คงนึกถึงชายหาด แสงแดด และสีสัน แต่ฤดูร้อนปีนี้ เรามีเทรนด์ใหม่ ที่จะทำให้คุณโดดเด่นและแตกต่าง กับ 5 เหตุผลที่ทำไมเราถึงแนะนำให้คุณใส่สีขาว ต้อนรับซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ รับรองว่าแซ่บไม่แพ้สีอื่นแน่นอนค่ะ สีขาวเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ และดูเรียบง่าย...

5 ไอเทมเพื่อการไปทะเลแบบสวยเริ่ด

5 ไอเทมเพื่อการไปทะเลแบบสวยเริ่ด

เวลาแห่งการไปเดินเฉิดฉายที่ทะเลกำลังจะมาถึงอีกแล้วคร่า...สาวๆ หลายๆ คนคงจะกำลังเตรียมตัวฟิตหุ่นสวยเพื่อให้ดูเหมาะกับชุดเที่ยวทะเลชุดใหม่ที่เตรียมไว้สำหรับทริปทะเลครั้งนี้กันใช่ไหมคะ แต่การฟิตหุ่นอย่างเดียวคงจะไม่พอ เพราะเรายังมีอีก 5 ไอเท่มสำคัญที่คุณควรมีไว้สำหรับการไปทะเลในทุกๆ ครั้ง...

มาแล้ว !!! กำหนดการเปิด-ปิดเขาคิชกุฏจันทบุรี 2558

มาแล้ว !!! กำหนดการเปิด-ปิดเขาคิชกุฏจันทบุรี 2558

  อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ หรือที่ใคร ๆ เรียกกันจนติดปากว่า "เขาคิชฌกูฏ" มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรีและยังเป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำจันทบุรีสภาพป่าในบริเวณนี้มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบมีสมุนไพรและกล้วยไม้ป่านานาชนิด รวมทั้งมีพันธุ์ไม้หายาก...

ความสามารถในการแข่งขันได้ของโลก ปี 2014 (World Competitiveness Report 2014)

ความสามารถในการแข่งขันได้ของโลก ปี 2014 (World Competitiveness Report 2014)

รายงานเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันได้ของโลก ปี 2014 (World Competitiveness Report 2014) ที่รายงานโดย World Economic Furum เมื่อเร็วๆนี้ เฉพาะบางส่วนที่เกี่ยวกับการศึกษา โดยแยกมาเปรียบเทียบเฉพาะกลุ่มอาเซียน ปีนี้ประเทศไทยก็ยังหลุดลุ่ยอีกตามเคยครับ คือการศึกษาขั้นพื้นฐานเรา เป็นอันดับ 7...

เคยได้ยินเรื่องราวของ Cloud Stones กันบ้างรึยัง?

เคยได้ยินเรื่องราวของ Cloud Stones กันบ้างรึยัง?

เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า Cloud Stones แล้ว แต่คงมีอีกหลายคนสงสัยว่าคืออะไร Cloud Stones เมื่อมองภายนอกการใช้งานจะคล้ายกับบารากุหรือชิชา แต่ข้อแตกต่างที่น่าสนใจของ Cloud Stones คือไม่มีสารเสพติด ไม่มีนิโคติน ไม่มีสารพิษที่มีในบารากุหรือบุหรี่...

สีเล็บสีโปรดในดวงใจ….ทายนิสัยเบื้องลึกได้นะคะ

สีเล็บสีโปรดในดวงใจ....ทายนิสัยเบื้องลึกได้นะคะ

สาวๆ ทราบกันไหมคะว่า นอกจากกระเป๋าใบโปรดหรือสีสันของเสื้อผ้าที่สามารถบ่งบอกถึงนิสัยใจคอเบื้องลึกของคุณได้แล้วนั้น สีของยาทาเล็บสีโปรดยังสามารถบ่งบอกถึงนิสัยใจคอเบื้องลึกของคุณได้ไม่แพ้เครื่องแต่งกายชิ้นอื่นๆ เลยล่ะค่ะ ดังนั้นเราลองมาเช็คกันดูดีกว่าว่า คุณชอบสีไหน...